กฏระเบียบพนักงาน

กฏระเบียบพนักงาน บริษัท LEGEND OF PRODUCT (LOP)

วันที่ทำงาน : จันทร์-เสาร์ / หยุด : อาทิตย์

เงิน1แรง = ฐานเงินเดือน หารด้วยวันทำงาน

  1. ตำแหน่งที่หยุดทุกวันอาทิตย์ ใน1เดือนจะทำงาน26วัน
  2. ตำแหน่งที่หยุดทุกวันเสาร์1วัน/เดือน+ทุกวันอาทิตย์4วัน ใน1เดือน=ทำงาน25วัน
  3. ตำแหน่งที่หยุดทุกวันเสาร์2วัน/เดือน+ทุกวันอาทิตย์4วัน ใน1เดือน=ทำงาน24วัน
  4. ตำแหน่งที่หยุดทุกวันเสาร์4วัน+ทุกวันอาทิตย์4วัน ใน1เดือน=ทำงาน22วัน
  5. ตำแหน่งที่ทำงาน3วันต่อสัปดาห์หรือไม่น้อยกว่า12วันต่อเดือน ใน1เดือน=ทำงาน12วัน

ตัวอย่าง : นายAมีฐานเงินเดือน 16,000บาท/เดือน ทำงาน24วันต่อเดือน

  • นายA มีค่าแรงต่อวัน เท่ากับ 16,000/24 = 667บาท (1แรง)
  • นายA ลาหยุด2วัน และสิทธิ์ลาพักร้อนหมดแล้ว นายAจะถูกหักเงิน2แรง = 1,333บาท

เวลาทำงาน

  • จันทร์-ศุกร์ เข้างาน9.00 / พัก 12.00-13.00น. / เลิกงาน 17.30น.
  • สาร์  เข้างาน 9.00 /.พักเที่ยง 12.00-13.00น. / เลิกงาน 16.30น.
    • เช้า เข้างานก่อน 9.00น. เกินเวลาถือว่าสาย
    • บ่าย เข้างานก่อน 13.00น. เกินเวลาถือว่าสาย
  • เฉพาะฝ่ายผลิต พักเบรคได้เวลา 15.00-15.15น และกลับถึงห้องทำงานไม่เกิน15.20น. ยกเว้นวันเสาร์ไม่มีพักเบรค
  • OT เริ่ม 19.00น. หรือแล้วแต่หัวหน้างานกำหนด

การแต่งกายเครื่องแบบพนักงาน

  • พนักงานใหม่ต้องมีเสื้อยูนิฟอร์บริษัทอย่างน้อย3ตัว (ซื้อ200฿/ตัว)
  • จันทร์-ศุกร์ แต่งกายสุภาพเครื่องแบบบริษัทตามที่กำหนดของแต่ละแผนก
  • เสาร์ แต่งกายสุภาพสามารถใส่ชุดอื่นๆได้ แต่ให้เป็นตามข้อกำหนด

ข้อกำหนดการแต่งกาย

  • กางเกง : กำหนดให้สวมกางเกงขายาวเต็มตัวหรือ สีดำ น้ำตาล น้ำเงิน ยีนส์ โดยไม่มีลวดลาย ไม่ฉีกขาด ห้ามใส่กางเกงขาสั้นหรือขาสามส่วน
  • กระโปรง : กำหนดให้สวมกระโปรงสีพื้นเรียบ ลวดลายไม่มากเกินไป ไม่สั้นเหนือหัวเข่าเกิน 2 นิ้วหรือไม่ยาวเกินไปแบบลากพื้น
  • รองเท้า : สวมรองเท้าผ้าใบสีสุภาพ รองเท้าหนัง รองเท้าหุ้มส้น ร้องเท้าส้นสูง ห้ามใส่รองเท้าแตะ อนุญาตให้ ถอดรองเท้าขณะปฏิบัติงานได้
  • เครื่องประดับ :
    • งดสวมเครื่องประดับราคาแพง หรือแลดูราคาแพง ในตำแหน่งที่มองเห็นได้ชัดเจน อาทิ ต่างหู แหวน กิ๊บหนีบผม สร้อย เป็นต้น
    • งดใช้เครื่องประดับสีฉูดฉาดเกินควร เช่น กิ๊บหนีบผมสีฉูดฉาดหลากหลายสี เป็นต้น
  • ทรงผม : สุภาพสตรี ให้รวบผมที่ยาวเกินหัวไหล่มัดให้สุภาพเรียบร้อย ถักเปียได้ หรือบังคับทรงผมให้เรียงเส้นเรียบร้อยสุภาพด้วยเจล โฟม ไม่ชี้ฟู
  • ทรงผม : สุภาพบุรุษ ให้จัดทรงผมเรียบร้อยไม่ชี้ฟู ผมไม่ยาวเกินไป บังคับไม่เกิน10ซม. หรือแลดูไม่สุภาพเรียบร้อย , หนวด เครา ควรโกนให้สะอาดเรียบร้อย
  • การแต่งหน้า : ให้แต่งหน้าโทนสีอ่อน แบบเป็นธรรมชาติ ไม่เข้มจัด งดใช้สีม่วง ดำ น้ำเงิน หรือสีที่เข้มจัด ในการแต่งหน้างดสีฉูดฉาดเกินไป
  • เล็บของพนักงานชาย –หญิง : เล็บควรสั้น ไม่สกปรก ไม่ทาเล็บสีดำ ม่วง น้ำเงิน หรือสีฉูดฉาด งดไว้เล็บยาวเกินงาม เพื่อความสะดวกในการใช้คอมพิวเตอร์
  • ให้สวมใส่เสื้อฟอร์มและแต่งกายตามคำแนะนำ หากมีปัญหาไม่สามารถสวมใส่ชุดฟอร์มได้ อนุโลมให้สวมเสื้อสีเทา-ดำ(สีเดียวกับเสื้อบริษัท) มีปกทดแทนได้
  • พนักงานทดลองงานให้ใส่สีพื้น ขาว เทา ดำ

การส่งผลตรวจสุขภาพประจำปี

  1. ส่งผลตรวจสุขภาพ1ครั้งทุกๆ12เดือน
  2. การไม่ส่งผลตรวจสุขมีผลไม่พิจารณาขึ้นเงินเดือนและไม่ได้รับโบนัส

การลงโทษทางวินัยเมื่อทำผิดกฏระเบียบ

  1. เตื่อนด้วยวาจา และให้โอกาสชี้แจงเป็นรายครั้งไป แต่ถ้าความผิดนั้นรายแรงบริษัทจะแจ้งเตือนเข้าไปในระบบพนักงาน
  2. เตื่อนในระบบพนักงาน โดยพนักงานสามารถเห็นได้เมื่อเข้าใช้ระบบพนักงานของบริษัท
  3. พักงานตามระยะเวลาที่สั่ง ในช่วงที่พักงานพนักงานจะถูกหักตามจำนวนวันที่พักงาน =1แรงต่อวัน
  4. เลิกจ้าง หรือปลดออก

สิทธิ์การมาสาย ไม่เกิน60ครั้ง/ปี

  • เช็คชื่อเข้างานไม่เกินเวลาที่กำหนด ช่วงเช้า 9.00น. / ช่วงบ่าย 13.00น.
  • มาสาย ไม่เกิน60ครั้ง/ปี และไม่เกิน30นาทีต่อครั้ง จะไม่ถูกหักเงิน
  • มาสาย เกิน30นาที ถูกหักเงินคำนวนจาก = นาทีที่สาย X 0.01%ของเงินเดือน
  • มาสาย เกิน60ครั้งต่อปี ครั้งต่อไปจะถูกหัก = นาทีที่สาย X 0.1%ของเงินเดือน

    • สายเกิน60ครั้ง=เตือนครั้งที่1
    • สายเกิน75ครั้ง=เตือนครั้งที่2 และลดเงินเดือน10%
    • สายเกิน90ครั้ง=เตือนครั้งที่3 และลดเงินเดือนอีก20%
  • ตัวอย่างการหักเงิน
    • ตัวอย่าง : พนักงานA มีฐานเงินเดือน 15000฿ มาทำงานเวลา 9.29น. มาสายคิดเป็น1ครั้ง แต่ไม่ถูกหักเงิน
    • ตัวอย่าง : พนักงานB มีฐานเงินเดือน 15000฿ มาทำงานเวลา 9.32น. มาสายคิดเป็น1ครั้ง และถูกหักเงิน 32*1.5(0.01%)=48บาท
    • ตัวอย่าง : พนักงานC มีฐานเงินเดือน 15000฿ มาทำงานเวลา 9.32น. มาสายรวมทั้งหมด61ครั้ง จะถูกหักเงิน 32*15(0.1%)=480บาท

ลืมเช็คชื่อเข้า-ออกงาน (สแกนลายนิ้วมือหรือตอกบัตร)

  • ไม่เช็คชื่อ1ครั้ง หัก30บาท/ครั้ง และถ้าไม่เช็คชื่อเข้าเช้า-พักเที่ยง-ออกงาน ครบ2ครั้ง ถูกหัก1แรง คิดในเดือนนั้นๆ
    • ตัวอย่าง เดือนนี้ไม่เช็คชื่อเข้างาน4ครั้ง=2แรง ถ้ามีฐานเงินเดือนที่15000บาท จะถูกหัก2แรง คือ ประมาณ1000บาท
    • ตัวอย่าง เดือนนี้ไม่เช็คชื่อเข้างาน1ครั้ง และเดือนต่อไปไม่เช็คชื่อเข้างานอีก1ครั้ง จะไม่ได้เอามารวมกันและไม่ถูกหักเงิน
  • กรณี ไม่เช็คชื่อเข้า-ออกงานสามารถให้เซ็นต์และบอกเหตุผลได้ แจ้งใน3วัน *การลืมไม่ใช่เหตุผลที่ให้เซ็นต์ได้*

สิทธิ์การลาครึ่งวัน 4ครั้งต่อปี

  • ต้องแจ้งหัวหน้างานและลงในระบบทุกครั้ง ไม่งั้นจะถือว่าขาดงาน
  • ลาได้ไม่เกินครึ่งวันแบ่งเป็นครึ่งเช้าหรือครึ่งบ่าย และไม่เกิน 4ครั้งต่อปี ถ้าเกิน4ครั้ง การลาครึ่งวันจะถูกหักเงิน1แรงตามจำนวนวันที่เกิน

สิทธิ์การลากิจ 2วันต่อปี

  • พนักงานทดลองงาน ไม่สามารถลาได้ ถ้าลาจะเป็นหักเงิน1แรงตามจำนวนวันที่ลา
  • ต้องแจ้งหัวหน้างานและลงในระบบทุกครั้ง ไม่งั้นจะถือว่าขาดงาน
  • การลากิจไม่เกิน4วันต่อปี ถ้าเกินกำหนด จะถูกหักเงิน1แรงตามจำนวนวันที่ลาเกิน

สิทธิ์การลาพักร้อน 6-10วันต่อปี

  • พนักงานทดลองงาน ไม่สามารถลาได้ ถ้าลาจะเป็นหักเงิน1แรงตามจำนวนวันที่ลา
  • ต้องแจ้งหัวหน้างานและลงในระบบทุกครั้ง ไม่งั้นจะถือว่าขาดงาน
  • การลาพักร้อนสูงสุด10วันต่อปี ถ้าเกินกำหนด จะถูกหักเงิน1แรงตามจำนวนวันที่ลาเกิน
    • พนักงานที่ยังไม่ผ่านทดลองงานไม่มีสิทธิ์ลาพักร้อน
    • พนักงานทำงานไม่ถึง1ปี ลาพักร้อนได้ 3วันครึ่งปีแรกและอีก3วันครึ่งปีหลัง (เข้ามาช่วงไหนจะได้สิทธิ์การลาช่วงนั้น)
    • พนักงานที่ทำงาน 1ปีขึ้นไป ลาพักร้อนได้ 6วันต่อปี
    • พนักงานที่ทำงาน 2ปีขึ้นไป ลาพักร้อนได้ 7วันต่อปี
    • พนักงานที่ทำงาน 3ปีขึ้นไป ลาพักร้อนได้ 8วันต่อปี
    • พนักงานที่ทำงาน 4ปีขึ้นไป ลาพักร้อนได้ 10วันต่อปี
  • เดือนที่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์4วันขึ้นไป ห้ามลาพักร้อน ถ้าลาจะถูกหักค่าแรงตามวันที่หยุดเพิ่ม
  • หากใน1ปีไม่ได้ใช้สิทธิ์ลาพักร้อนตามจำนวนที่มี จะคำนวนกลับเป็นเงินค่าแรงรายวันจ่ายให้เดือนสุดท้ายของปี
    • พนักงานทดลองงานหรือทำงานไม่ถึง1ปีจะไม่ได้รับเงินในส่วนนี้
    • พนักงานที่ลาป่วย-ลาคลอด ลาบวช เกิน12วันต่อปี จะไม่ได้รับเงินในส่วนนี้
    • พนักงานที่มาสายมากกว่า60ครั้งต่อปี จะไม่ได้รับเงินในส่วนนี้
    • พนักงานที่ถูกเตือนเกิน 2ครั้งต่อปี จะไม่ได้รับเงินในส่วนนี้
    • ตัวอย่าง : นายA มีค่าแรงต่อวัน667฿ มีสิทธิ์ลาพักร้อน8วัน แต่นายA ใช้สิทธิ์ในปีนี้ไปเพียง2วัน จะเหลือสิทธิ์6วัน สิ้นปีนี้นายAจะได้เงินจากสิทธิ์ลาพักร้อนคงเหลือ 4,002บาท (667*6)

สิทธิ์การลาป่วย 30วันต่อปี

  • ต้องแจ้งหัวหน้างานและลงในระบบทุกครั้ง ไม่งั้นจะถือว่าขาดงาน
  • ลาป่วยทุกครั้งต้องมีใบรับรองแพทย์ไม่มีข้อยกเว้นถึงจะไม่ถูกหักเงิน
    • สามารถใช้ใบรับรองแพทย์จากคลีนิกได้ 5ครั้ง
    • ใบรับรองแพทย์จากโรงพยาบาลได้ 25-30ครั้ง
  • ลาโดยไม่ได้ป่วยจริงๆ ถูกหักเงิน2แรงต่อวัน และถูกเตือน1ครั้ง สืบทราบตอนหลังก็โดนหักเพราะถือว่าบกพร่องต่อหน้าที่
  • ลาป่วยทุกครั้งโดยไม่มีใบรับรองแพทย์ถือว่าขาดงาน ถูกหักเงิน1แรงต่อวัน แม้จะแจ้งหัวหน้างานแล้วก็ตาม
  • ลาป่วยเกินกำหนด30วันต่อปี จะถูกหักเงิน1แรงตามจำนวนวันที่ลา

การขาดงานหรือลาโดยไม่แจ้งและไม่ลงบันทึกในระบบ

  • ไม่มาทำงาน ขาดงาน โดยไม่แจ้งหัวหน้างานหรือแจ้งแต่ไม่ได้ลงในระบบ ถูกหัก2แรงต่อวัน และถูกเตือน1ครั้ง
  • ไม่มาทำงาน ขาดงาน โดยแจ้งมีเหตุสุดวิสัยที่จำเป็นจริงๆ จะหักวันลากิจหรือลาพักร้อนแทน
  • ไม่มาทำงาน ขาดงาน โดยแจ้งมีเหตุสุดวิสัยที่จำเป็นจริงๆและวันลากิจ/พักร้อนหมด จะถูกหัก1แรง และไม่ถูกเตือน

การถูกตักเตือนและการถูกสั่งพักงาน

  • เตือนถึง3ครั้ง/ปี มีผลลดเงินเดือน20%
  • เตือนถึง5ครั้ง/ปี มีผลให้ออกจากงาน พ้นสภาพพนักงาน
  • การพักงานจะหักเงินค่าแรงตามจำนวนวันที่โดนพักงาน

การทำงานล่วงเวลา หรือOTหรือทำงานในวันหยุด

  • ทำโอทีทุกครั้ง หัวหน้างานจะแจ้งให้ทราบก่อนอย่างน้อย1ชม. OT เริ่มนับตั้งแต่เวลา 19.00น. หรือตามหัวหน้างานกำหนด
  • พนักงานที่ทำOTต้องแจ้งหัวหน้างานก่อนทำทุกครั้ง
  • ในกรณีที่ที่ลงชื่อทำโอทีแล้ว ถึงวันเวลาไม่ว่างทำ ถูกหัก1แรง ยกเว้นมีเหตุผลจำเป็นจริงๆ
  • การทำโอทีเป็นไปตามกฏระเบียบเพิ่มเติมของฝ่ายต่างๆ

กฏการเบิกเงินเดือน

  1. ต้องแจ้งหัวหน้างานและลงในระบบทุกครั้ง
  2. ต้องเป็นพนักงานประจำที่บรรจุแล้ว
  3. เบิกเงินได้ไม่เกิน30%ของฐานเงินเดือน
  4. ทำงานในเดือนนั้นมาอย่างน้อย15วัน
  5. เป็นพนักงานที่ไม่เคยถูกเตือนในเดือนนั้น
  6. บอกเหตุผลของการเบิกทุกครั้ง

การหักค้าเสื้อยูนิฟอร์มบริษัท

  • พนักงานประจำจะได้เสื้อยูนิฟอร์มทั้งหมด3ตัว ราคาตัวละ200บาท (สามารถซื้อมากกว่านี้ได้แต่อย่างน้อยต้องมี3ตัว)
  • หักจากเงินเดือน ในเดือนแรกของการบรรจุพนักงานประจำ เป็นเวลา2เดือน เดือนละ300บาท

การหักเบี้ยประกันตนเอง จำนวน5%ของเงินเดือน ระยะเวลา10เดือน

  • พนักงานทดลองงานจะไม่ถูกเก็บเบี้ยประกันตนเอง
  • เบี้ยประกันต้นเองจะเริ่มถูกหักเมื่อถูกบรรจุเป็นพนักงานประจำ คิดจากฐานเงินเดือนปัจจุบัน โดยหัก5% เป็นเวลา10เดือน
  • จะได้เบี้ยประกันตนคืนเต็มจำนวนในกรณีที่ลาออกโดยมีการแจ้งลาออกอย่างถูกต้องสมบูรณ์
  • จะได้เบี้ยประกันตนคืนภายใน7วัน หลังจากได้รับเงินเดือนก่อนสุดท้าย
  • กรณีที่ไม่ได้เบี้ยประกันตนเองคืน
    • ลาออกโดยไม่แจ้งตามกำหนด และไม่เขียนใบลาออก
    • ถูกปลดออก-ไล่ออกด้วยความผิดต่างๆ หรือสร้างความเสียหายมากกว่าจำนวนเงินประกันตน

การหักเบี้ยประกันสังคม จำนวน5%ของเงินเดือน ทุกเดือน

  • บริษัทจะหักเบี้ยประกันสังคมจำนวน5%ของฐานเงินเดือน แต่ไม่เกิน750฿ ตามกฏหมายกำหนด
  • บริษัทจะสมทบเบี้ยประกันสังคมให้อีกเท่าหนึ่ง เท่ากับจำนวน5%ในแต่ละเดือนที่พนักงานเสีย
  • ถ้าไม่เคยทำประกันสังคม อาจใช้เวลาถึง2-3เดือนหลังจากส่งงวดแรกเพื่อใช้สิทธิ์ได้ *ข้อนี้สนง.ประกันสังคมบอกมา*
  • สำหรับพนักงานทดลองงาน บริษัทจะยังไม่ให้เข้าระบบประกันสังคม แต่จะเสียภาษี หัก ณที่จ่าย3%ของฐานเงินเดือน

การลาออก-การปลดออก

  • ในเดือนที่ยื่นใบลาออกห้ามลาพักร้อนหรือลากิจ ถ้าลาจะถูกหัก1แรงตามจำนวนวันที่ลา (สามารถป่วยหรือลาครึ่งวันได้)
  • การลาออกต้องแจ้งออกอย่างน้อย 30วัน และเขียนใบลาออกไม่เช่นนั้นจะถือว่าการลาออกไม่สมบูรณ์
  • การลาออกที่ไม่แจ้งลาออกและไม่เขียนใบลาออกจะถือว่าลาออกไม่สมบูรณ์ และไม่ได้เบี้ยประกันตนคืน
  • ในเดือนที่ยื่นใบลาออกต้องเคลียร์งานที่ค้างอยู่ใหม่เสร็จ จึงถือว่าลาออกสมบูรณ์
  • ความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นจากการลาออกกระทันหันโดยไม่แจ้ง บริษัทจะฟ้องร้องกับลูกจ้างที่ลาออกกะทันหันและไม่มีใบลาออก
  • พนักงานที่ถูกปลดออกถ้ามีความเสียหายใดๆที่เกิดขึ้นระหว่างปฏิบัติงาน จะถูกเรียกค่าเสียหายย้อนหลังโดยเป็นไปตามกฏหมายกำหนด
  • ลาออกโดยไม่แจ้ง บริษัทจะแจ้งสนง.กรมแรงงานและประกันสังคมเป็นสถานะปลดออก มีผลให้ใช้สิทธิ์รับเงินคนว่างงานไม่ได้
  • การปลดออก กรณีไม่มาทำงานหรือติดต่อไม่ได้และไม่แจ้งเกิน3วัน หรือจงใจทำผิด บกพร่องต่อหน้าที่ หรือทำผิดกฏบริษัทอย่างร้ายแรง โดยพิจารณาจากหัวหน้างาน

การเลิกจ้างไม่ต้องจ่ายเงินชดเชย

  • ลาออกเอง
  • ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญาโดยเจตนาแก่นายจ้าง
  • จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย
  • ประมาท  เลินเล่อ เป็นเหตุให้นายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
  • ฝ่าฝืนข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งของนายจ้างอันชอบด้วยกฎหมาย และเป็นธรรม ซึ่งนายจ้างได้ตักเตือน เป็นหนังสือแล้ว (หนังสือมีผลบังคับใช้ไม่เกิน 1 ปี) เว้นแต่กรณีที่ร้ายแรง นายจ้างไม่จำเป็นต้องตักเดือน
  • ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา 3  วัน ติดต่อกัน โดยไม่มีเหตุผลอันสมควร
  • ได้รับโทษจำคุกตามคำพิพากษาถึงที่สุดให้จำคุก เว้นแต่เป็นโทษสำหรับความผิดที่กระทำโดยประมาทหรือความผิดพลาด

วันหยุดและสวัสดิการ

  • วันหยุดพิเศษ หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์ บริษัทเป็นผู้กำหนด จะแจ้งให้ทราบในระบบ
  • เดือนที่มีวันหยุดนักขัตฤกษ์4วันขึ้นไป ห้ามลากิจ-พักร้อน ถ้าลาจะถูกหักค่าแรงตามวันที่หยุดเพิ่ม
  • การจ่ายเงินเดือน จะจ่ายทุกสิ้นเดือน และจะโอนเข้าบัญชีที่เป็นธนาคารกสิกรเท่านั้น
  • สามารถซื้อสินค้าของบริษัทได้ในราคาตัวแทนจำหน่ายเรทราคาแรก

สิทธิ์การลาบวช

  1. ลาได้เฉพาะผู้ชาย ครั้งละไม่เกิน10วัน ถ้าเกินกว่านั้น จะหักเงินค่าแรงตามจำนวนวันที่ลาเพิ่ม

สิทธิ์การลาคลอด

  1. ต้องเป็นพนักงานประจำที่บรรจุแล้ว
  2. สามารถลาคลอดได้90วัน
  3. ได้รับเงินชดเชย 45วันเมื่อลาคลอด ตามฐานเงินเดือน
  4. เงินชดเชยจะแบ่งเป็น2เดือน โดยจ่ายให้เดือนถัดไปนับจากเดือนที่ลา
    1. เดือนแรกได้รับเงินเดือน 30วัน ในวันสิ้นเดือน
    2. เดือนที่สองได้รับเงินเดือน 15วัน ในวันสิ้นเดือน

หมายเหตุ : ก่อนเข้าทำงานพนักงานต้องแจ้งก่อนว่าตั้งครรภ์หรือไม่โดยมีใบรับรองการตรวจครรภ์ประกอบการสมัคร เพราะถ้าตั้งครรภ์บริษัทจะรับเป็นบางกรณี และถ้าตั้งครรภ์ระหว่างทดลองงานหรือทราบภายหลังจะถือว่าไม่ผ่านทดลองงานโดยอัตโนมัติ

การขึ้นเงินเดือนและโบนัส

  1. การขึ้นเงินเดือน พิจารณาตามความสามารถไม่ใช่ระยะเวลาที่ทำงาน
  2. โบนัสรายปี พิจารณาตามผลกำไรของบริษัทในปีนั้นๆ และจำนวนการลาทั้งหมด
  3. พนักงานที่ไม่ได้รับพิจารณาขึ้นเงินเดือนและไม่ได้รับโบนัส
    1. พนักงานทดลองงาน และยังทำงานไม่ถึง1ปี
    2. ลาป่วย-ลาคลอด/ลาบวช รวมกันเกิน12วันต่อปี
    3. พนักงานที่มาสายมากกว่า50ครั้งต่อปี
    4. พนักงานที่ทำผิดกฏร้ายแรงหรือถูกเตือนเกิน2ครั้งต่อปี
    5. พนักงานที่ไม่ส่งผลตรวจสุขภาพประจำปี

กฏระเบียบและค่าปรับในออฟฟิตและโรงงาน (สีแดง=กฏระเบียบร้ายแรง)

  1. ห้ามพาบุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องเข้ามาในบริเว็ณผลิตสินค้าโดยเด็ดขาด เว้นแต่ได้รับอนุญาติแล้วเท่านั้น
  2. ห้ามทำงานพิเศษอื่นๆในเวลางานหรือส่งผลทำให้งานหลักที่ทำอยู่เสียหายหรือได้รับผลกระทบ หรือทำแล้วส่งผลให้งานหลักที่ทำอยู่เกิดความผิดพลาด ไม่เช่นนั้นจะถูกเตื่อนหรือหักเงิน
  3. ห้ามรับงานนอกหรืองานใดๆก็ตามที่เกี่ยวกับตำแหน่งหน้าที่ของตนเองหรืองานที่ได้รับผลประโยชน์โดยตรงจากตำแหน่งหน้าที่ที่รับผิดชอบอยู่ มีโทษถูกเตื่อนและหักเงินหรือไล่ออก
  4. ห้ามนำข้อมูลสำคัญภายในไปแพร่งพายบอกต่อกับบุคคลภายนอก เช่นขั้นตอนการผลิต / สูตรสินค้า / ข้อมูลต่างๆของลูกค้า / ข้อมูลการเงินของบริษัท / ข้อมูลระบบเว็บไซต์ มีโทษไล่ออกและดำเนินคดี
  5. มีพฤติกรรมการโกงทุจริตต่างๆ มีโทษไล่ออกและดำเนินคดี เช่น
    1. โกงบิล เขียนตัวเลขใหม่ในบิลเองไม่ใช่ตัวเลขที่มาจากบริษัทเสนอลูกค้าและหักส่วนต่าง
    2. ออกใบเสนอราคาเองโดยไม่ใช้ของบริษัทหรือใบหลอกลูกค้า
    3. ออกใบสั่งซื้อโดยเป็นราคาที่เตี้ยมกับSupplier
    4. นำสารของบริษัทไปขาย หรือแอบเอาสินค้าของบริษัทหรือสูตรเครื่องสำอางไปขาย
    5. แอบเอาข้อมูลในระบบของบริษัทไปขายและไปรับจ้างทำให้บริษัทอื่นๆ
  6. พนักงานที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือทำผิดกฏหมายหรือกฏของสังคมที่ส่งผลร้ายกระทบต่อการทำงานและผลกระทบต่อภาพลักษณ์บริษัท
    โดยหัวหน้างานจะเป็นผู้พิจารณาตามความเป็นจริง จะถูกโดนลงโทษ ตักเตือน / ลดเงินเดือน / ไล่ออก / ฟ้องร้องคดีความ

    • ทำพฤติกรรมไม่เหมาะสมหรือทำผิดกฏหมาย ในสถานที่ต่างๆและถูกถ่ายคลิปลงSocial facebook IG
    • ทำผิดกฏหมาย มีคดีความต่างๆที่รา้ยแรงในขณะที่ยังเป็นพนักงาน แม้สืบทราบทีหลังก็จะมีผลลงโทษ
    • พฤติกรรมสุ่มเสี่ยงในการก่ออาชญากรรมหรือ พฤติกรรมรุนแรงต่อสังคม เช่น เสพยา ดื่มเหล่าในออฟฟิต มีเรื่องชกต่อยบ่อยครั้ง เป็นต้น
    • พฤติกรรมก้าวร้าวต่อหัวหน้างาน ที่แสดงออกทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งในสื่อOnlineต่างๆและการพูดคุย
    • จงใจทำความผิด หรือสมรู้ร่วมคิด หรือช่วยพนักงานคนอื่นๆปกปิดความผิดต่างๆที่เกิดขึ้นจากการทำงาน
    • จงใจขัดคำสั่งและไม่ปฏิบัติตามหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายหรือตั้งใจทำให้งานที่รับผิดชอบผิดพลาด
  7. แผนกต่างๆต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบของแต่ละแผนกที่ได้ตั้งขึ้นมาอย่างเคร่งคัด
  8. บทลงโทษและการหักค่าเสียหายที่เกิดจากความผิดพลาดในการทำงาน หัวหน้างานเป็นคนพิจารณา
  9. การขายสินค้าของบริษัทต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของบริษัทกำหนด สามารถเปลี่ยนแปลงได้โดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
    • พนักงานที่ต้องการขายสินค้าของบริษัทจะได้ราคาสินค้าเป็น เรทราคาแรกของตัวแทน
    • พนักงานที่ต้องการราคาสินค้าที่ถูกลงกว่าเรทราคาแรกของตัวแทน ต้องสั่งซื้อแบบสต๊อกสินค้าเท่านั้น
  หัวข้อ บทลงโทษ
1 บริเวณชั้น2ที่ใช้กินอาหาร ต้องเก็บขยะทิ้งถังขยะด้านหลังทุกครั้งถ้ามีเศษขยะจะถูกหักเงิน 50฿/ครั้ง ทุกคนที่ใช้พื้นที่
2 ห้ามเล่นเกมส์ ดูหนัง เล่นไลน์ ดูซีรีย์หรือเล่นกันในบริเวณที่ทำงาน

  1. ครั้งที่1 เตือนด้วยวาจา
  2. ครั้งที่2-3 หักเงิน50฿/ครั้ง
  3. ครั้งที่4-5 เตือนในระบบหรือพักงานในวันนั้นๆ
  4. ครั้งที่6 เลิกจ้างและปลดออก
50฿/ครั้ง
3 ห้ามโหลดบิตและโหลดหนังในออฟฟิต

  1. ครั้งที่1 เตือนด้วยวาจา
  2. ครั้งที่2-3 หักเงิน50฿/ครั้ง
  3. ครั้งที่4-5 เตือนในระบบหรือพักงานในวันนั้นๆ
  4. ครั้งที่6 เลิกจ้างและปลดออก
50฿/ครั้ง
4 ห้ามสูบบุหรี่นอกบริเวณที่กำหนดไว้ให้สูบ

  1. ครั้งที่1 เตือนด้วยวาจา
  2. ครั้งที่2-3 หักเงิน50฿/ครั้ง
  3. ครั้งที่4-5 เตือนในระบบหรือพักงานในวันนั้นๆ
  4. ครั้งที่6 เลิกจ้างและปลดออก
50฿/ครั้ง
5 ห้ามถ่ายรูปเล่นในโซนผลิต ยกเว้นถ่ายรูปกระบวนการผลิตให้ลูกค้าหรือได้รับอนุญาติแล้วเท่านั้น

  1. ครั้งที่1 เตือนด้วยวาจา
  2. ครั้งที่2-3 หักเงิน50฿/ครั้ง
  3. ครั้งที่4-5 เตือนในระบบหรือพักงานในวันนั้นๆ
  4. ครั้งที่6 เลิกจ้างและปลดออก
50฿/ครั้ง
6 ห้ามLog Inเข้าใช้ระบบของคนอื่นที่ไม่ใช่ของตัวเอง

  1. ครั้งที่1 เตือนด้วยวาจา
  2. ครั้งที่2-3 หักเงิน50฿/ครั้ง
  3. ครั้งที่4-5 เตือนในระบบหรือพักงานในวันนั้นๆ
  4. ครั้งที่6 เลิกจ้างและปลดออก
50฿/ครั้ง
7 ห้ามกินอาหารบริเวณชั่น3-4 แต่สามารถนำน้ำเข้าไปกินได้ ยกเว้นบริเวณห้องผสมและห้องบรรจุ

  1. ครั้งที่1 เตือนด้วยวาจา
  2. ครั้งที่2-3 หักเงิน50฿/ครั้ง
  3. ครั้งที่4-5 เตือนในระบบหรือพักงานในวันนั้นๆ
  4. ครั้งที่6 เลิกจ้างและปลดออก
50฿/ครั้ง
8 ห้ามใช้โทรศัพท์ในบริเวณผลิตสินค้ายกเว้นหัวหน้างาน

  1. ครั้งที่1 เตือนด้วยวาจา
  2. ครั้งที่2-3 หักเงิน50฿/ครั้ง
  3. ครั้งที่4-5 เตือนในระบบหรือพักงานในวันนั้นๆ
  4. ครั้งที่6 เลิกจ้างและปลดออก
50฿/ครั้ง
9 ห้ามกินอาหารนอกเวลาพักโดยไม่มีเหตุสมควร

  1. ครั้งที่1 เตือนด้วยวาจา
  2. ครั้งที่2-3 หักเงิน50฿/ครั้ง
  3. ครั้งที่4-5 เตือนในระบบหรือพักงานในวันนั้นๆ
  4. ครั้งที่6 เลิกจ้างและปลดออก
50฿/ครั้ง
10 ฝ่ายผลิต พักเบรคและกลับมาห้องทำงานเกิน15.20น. จะถูกหักเงิน (หัวหน้าPเป็นคนตรวจเช็ค)

  1. ครั้งที่1 เตือนด้วยวาจา
  2. ครั้งที่2-3 หักเงิน50฿/ครั้ง
  3. ครั้งที่4-5 เตือนในระบบหรือพักงานในวันนั้นๆ
  4. ครั้งที่6 เลิกจ้างและปลดออก
50฿/15นาที
11 ใส่เครื่องแบบเสื้อผ้าและเครื่องแต่งกายอื่นๆผิดระเบียบ 

  1. ครั้งที่1 เตือนด้วยวาจา
  2. ครั้งที่2-3 หักเงิน50฿/ครั้ง
  3. ครั้งที่4-5 เตือนในระบบหรือพักงานในวันนั้นๆ
  4. ครั้งที่6 เลิกจ้างและปลดออก
50฿/ครั้ง
12 ห้ามทำงานพิเศษอื่นๆในเวลาทำงาน

  1. ครั้งที่1 เตือนด้วยวาจา
  2. ครั้งที่2-3 หักเงิน50฿/ครั้ง
  3. ครั้งที่4-5 เตือนในระบบหรือพักงานในวันนั้นๆ
  4. ครั้งที่6 เลิกจ้างและปลดออก
50฿/ครั้ง
13 การโกงในรูปแบบต่างๆที่ทำให้บริษัทเสียหาย

  1. ครั้งที่1 เตือน/พักงาน/หักเงิน/ไล่ออก
  2. ครั้งที่2 เลิกจ้างและปลดออก
เตือน/พักงาน/หักเงิน/ไล่ออก
14 ห้ามนำข้อมูลสำคัญไปแพร่งพายบอกต่อกับบุคคลภายนอก เช่นขั้นตอนการผลิตหรือสูตรสินค้า

  1. ครั้งที่1 เตือน/พักงาน/หักเงิน/ไล่ออก
  2. ครั้งที่2 เลิกจ้างและปลดออก
เตือน/พักงาน/หักเงิน/ไล่ออก
15 ห้ามทะเลาะวิวาทหรือต่อยตีกันในที่ทำงาน

  1. ครั้งที่1 เตือน/พักงาน/หักเงิน/ไล่ออก
  2. ครั้งที่2 เลิกจ้างและปลดออก
เตือน/พักงาน/หักเงิน/ไล่ออก
16 ห้ามมีเรื่องเชิงชู้สาวกันในที่ทำงาน จีบกันได้แต่ห้ามผิดจริยธรรม หมายถึงใครมีแฟนมีคู่อยู่แล้วในบริษัทก็ห้ามเข้าไปจีบแฟน ผัว เมีย ของคนอื่น

  1. ครั้งที่1 เตือนด้วยวาจา
  2. ครั้งที่2-3 เตือนในระบบหรือพักงานในวันนั้นๆ
  3. ครั้งที่4 เลิกจ้างและปลดออก
เตือน/พักงาน/หักเงิน/ไล่ออก

กฏระเบียบเพิ่มเติมแต่ละแผนก

1.กฏระเบียบเพิ่มเติมแผนกSD เซลล์ดูแลลูกค้า
2.กฏระเบียบเพิ่มเติมแผนกRD เครื่องสำอาง
3.กฏระเบียบเพิ่มเติมแผนกPD จัดซื้อ-คลังสินค้า / QA-QC / Ps หัวหน้าฝ่ายผลิต
4.กฏระเบียบเพิ่มเติมแผนกP1-P2 ผลิตสินค้า
5.กฏระเบียบเพิ่มเติมแผนกGD กราฟฟิกออกแบบ
6.กฏระเบียบเพิ่มเติมแผนกPM โปรแกรมเมอร์
Share