เครื่องสำอาง OEM ทางเลือกสำหรับคนอยากมีแบรนด์

เครื่องสำอาง OEM เป็นทางเลือกที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้ที่ต้องการจะทำธุรกิจหรือมีผลิตภัณฑ์เป็นของตนเอง แต่ไม่มีโรงงานหรือทีมพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะช่วยคิดค้นหรือผลิตผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพและมาตรฐาน ให้ตอบโจทย์ความต้องการของท้องตลาดได้ หลายคนอาจจะยังสงสัยอยู่ว่า OEM คืออะไรและจะมาช่วยผู้ที่ทำธุรกิจได้มากน้อยแค่ไหน วันนี้เรามีคำตอบมาให้คุณแล้ว

 

https://lopmetic.com

เครื่องสำอาง OEM คืออะไร?

ก่อนอื่นเรามาทำความเข้าใจก่อนว่าการทำแบรนด์ OEM หมายความว่าอะไร? โดย OEM นั้นย่อมาจาก Original Equipment Manufacturer ซึ่งแปลตรงตัวก็คือโรงงานผู้รับผลิตสินค้าตามที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งอาจจะมีแบรนด์ที่ลูกค้าจะทำการตลาดติดอยู่บนสินค้าหรือไม่ก็ได้ โดยโรงงานจะเป็นผู้รับผิดชอบในการผลิตตั้งแต่ต้นจนจบ ลูกค้าเพียงแค่นำไปทำการตลาดหรือวางขายตามที่ต้องการ ซึ่งถือว่าสะดวกสบายอย่างมากสำหรับผู้ที่อยากจะมีสินค้าตามสูตรหรือสเปคของตนเองออกวางขายตามท้องตลาด เพราะทางโรงงานจะเป็นผู้ควบคุมคุณภาพของการผลิตทั้งหมดให้เป็นไปตามมาตรฐานที่ผู้ว่าจ้างต้องการ จึงมีความเสี่ยงน้อย แถมบางโรงงานยังสามารถผลิตได้ในจำนวนที่ไม่มากได้อีกด้วย

ในส่วนของเครื่องสำอาง OEM นั้นก็ตรงตัว ผู้ว่าจ้างจะจ้างโรงงานในการพัฒนาสูตรและผลิตเครื่องสำอางเพื่อความสวยความงามในแบบที่ต้องการเพื่อนำมาออกวางขายตามท้องตลาด และหากสามารถพัฒนาสูตรที่ไม่เหมือนกับคู่แข่งรายอื่นได้ ก็จะหมายถึงโอกาสที่มากกว่าในการประสบความสำเร็จทางธุรกิจของตนเอง

https://lopmetic.com/

 

ผลิตภัณฑ์ตัวไหนบ้างที่นิยมผลิตแบบ OEM

ในการผลิตเครื่องสำอาง OEM นั้นมีโรงงานที่รับผลิตอยู่มากมาย อีกทั้งยังสามารถผลิตเครื่องสำอางได้หลายชนิด ไม่ว่าจะเป็นผลิตภัณฑ์ผิวหน้า เช่น ครีมบำรุงผิว เซรั่ม หรือครีมกันแดด ผลิตภัณฑ์สำหรับผิวกาย เช่น ครีมทาผิว ครีมกันแดด หรือ BB ครีมสำหรับผิวกาย ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผม ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางสำหรับแต่งหน้า เช่น ลิปสติก รองพื้น แป้งผสมรองพื้น แป้งคุชชั่น มาสคาร่าหรืออายแชโดว์ ไปจนถึงน้ำหอมเลยทีเดียว เรียกได้ว่ามีความหลากหลายและครอบคลุมความต้องการของท้องตลาดมาก ๆ

การผลิตเครื่องสำอาง OEM นั้นถึงจะดูง่ายและน่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการจะเริ่มทำธุรกิจ และอยากมีผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เป็นของตัวเอง แต่สิ่งที่ผู้ว่าจ้างควรจะต้องคำนึงก็คือการศึกษาตลาดที่ตัวเองกำลังจะทำให้ละเอียดถี่ถ้วนเสียก่อน และไตร่ตรองให้ดีว่าจะทำผลิตภัณฑ์รูปแบบไหนออกมา เพราะทางโรงงานผลิตที่รับทำ OEM นั้นมีหน้าที่เพียงแค่ต้องพัฒนาสูตรสินค้าให้ตรงกับความต้องการของลูกค้าที่สุด ทำการผลิตและควบคุมมาตรฐานสินค้าให้ตรงตามสเปคที่ตกลงกันไว้เท่านั้น ส่วนหน้าที่ในการหาช่องทางการวางขายและการทำการตลาดเพื่อทำให้แบรนด์หรือสินค้าเป็นที่รู้จักและดึงดูดใจผู้บริโภคแม้ว่าทางโรงงานบางแห่งจะแนะนำได้ แต่ก็ถือเป็นหน้าที่ของผู้ว่าจ้างเป็นหลัก ดังนั้นหากผู้ว่าจ้างต้องการจะทำธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ จึงจำเป็นที่จะต้องทำการบ้านเป็นอย่างดี ก่อนที่จะตัดสินใจทำการลงทุนหรือว่าจ้างนั่นเอง

Share